Fiction

[Fic]~Midnight Story~ Part 1{Yun♡Jae}

posted on 14 Apr 2008 11:45 by iamcassy  in Fiction

ความใกล้ชิดกัน ทำให้หลายๆสิ่งเกิดขึ้น

ทั้งแบบที่เรารู้ตัว และไม่รู้ตัว

การเอาใจใส่ใครบางคนมากเกินไป

มากเกินกว่าคำว่า....เพื่อน

แจจุง...ชั้นจะทำยังไงดี...

....................................................................................................................................................................................

Part 1

 

 

ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง มันเป็นคืนที่หนาวเย็นและเงียบสงบ ราวกับอากาศเป็นใจให้สองหนุ่มได้สารภาพบางสิ่งให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับรู้

ตึง! ‘ ฝ่ายคนตัวเล็กกว่าใบหน้าเรียวขาวใสตัดกับผมดำซอยสั้นประบ่า ริมฝีปากแดงระเรื่อถูกคนร่างสูงกว่าใบหน้าได้รูปแฝงไว้ด้วยแววตาจริงจังผลัก

ไปชนกับตู้โทรศัพท์สีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่โล่งอย่างจงใจ

 

 

แจจุง ทำไมนายถึงไม่เข้าใจถึงจิตใจชั้นบ้าง

 

 

“ …นะ นาย พะ พูดถะถะ....

 

คัท!!! “ เสียงตะโกนแหวกความมืดเขย่าโสตประสาทคนได้ยินให้นิ่งอึงก่อนบรรยากาศมาคุจะกลับมาอีกรอบ

 

แจจุง!!! “ เสียงผู้กำกับตวาดมาอีกรอบ(ที่5)

มีสมาธิหน่อยสิ นี่มันเทครอบที่5แล้วนะ ฉากง่ายๆอย่างนี้อย่าให้มันหลายรอบแบบนี้สิ ตั้งใจหน่อย จำบทให้ได้!! ” ผู้กำกับบ่นอย่างหัวเสียที่หนุ่มน้อยสติเตลิดไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเล่นเอาเสียเวลาฉากสวีทไปนานโข ฝ่ายคนถูกว่าถึงกับหน้าถอดสี ทั้งเครียดทั้งกังวล และไหนยังจะเรื่อง... ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะคิดจบ ยุนโฮก็ผลักคนคิดมากไปด้านหลังอีกครั้ง

 

แจจุง ทำไมนายถึงไม่เข้าใจถึงจิตใจชั้นบ้าง?

 

คนถูกรุกอย่างไม่ทันตั้งตัวถึงกับเหวอ

 

ผู้กำกับยังไม่สั่งให้แอคชั่นนี่นา ยุนโฮพูดอะไรของมันกัน

 

นายพูดถึงเรื่องอะไรหน่ะ? “ แจจุงตอบด้วยสีหน้าขลาดๆปนสงสัย พลางจ้องหน้าเพื่อนร่วมวงด้วยแววตาแปลกๆ ฝ่ายแจจุงนั้นไม่ได้รู้เลยว่ากล้องไม่รู้กี่สิบตัวได้เริ่มถ่ายช็อตเด็ดไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ฝ่ายยุนโฮได้โอกาสคว้ามือเล็กนั้นไปกุมไว้ที่หน้าอก คนถูกกุมมือเผลอคลายนิ้วที่กำไว้อย่างเผลอไผล แจจุงรับรู้ได้ถึงจังหวะเต้นของหัวใจยุนโฮที่เคลื่อนไหวผ่านฝ่ามือของเขา

 

นายหน่ะ...อยู่ในนี้

 

“ ..ยุนโฮ..แจจุงเอ่ยชื่อชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ทั้งสองสบตาซึ้งและก่อนที่อารมณ์จะเตลิดกระเจิกระเจิงมากไปกว่านี้ยุนโฮก็ดึงแจจุงเข้ามากอด พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกล้องถ่ายหนังที่กำลังถ่ายทำกันอย่างเมามันส์เขาถึงได้สติกอดกลับ

ตามบทที่มันควรจะเป็นแต่กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่ยุโฮมักใช้ป็นประจำประกอบกับความอบอุ่นอันน้อยนิด

ที่สามารถหาได้ท่ามกล่างอากาศอันเหน็บหนาวทำให้แจจุงเพลอตัวกอดยุนโฮแน่น

 

คัท!!! และแล้ววินาทีแห่งความสุขก็จบลงพร้อมกอดที่ค่อยๆคลายออกจากยุนโฮ ทั้งสองเกาหัวแกรกๆแล้วเดินกลับไปที่จอมอนิเตอร์โดยรักษาระยะห่างกันเล็กน้อย(อิ-อิ)

 

ดีมากๆ ทั้งคู่เลย ได้อารมณ์ดีจริงๆ นายนี่น้ายุนโฮจะเริ่มก็ไม่บอกดีนะเนี่ยที่ถ่ายไว้ทัน เอ้าไปนอนกันได้แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องถ่ายทำกันแต่เช้าอีก ไปๆๆ ผู้กำกับไล่ทั้งคู่ก่อนที่จะหันไปสนใจที่หน้าจอมอนิเตอร์ต่อ

 

ตกใจหมดเลยยุนโฮเนี่ย นึกว่าจะพูดอะไรแปลกๆ แล้วทำไม...แจจุงก้มลงมองมือข้างที่ถูกยุนโฮรวบไว้ที่หน้าอกอย่างมีความหมาย

 

ทำไม...

 

ไง!! แจจุง ทำอะไรอยู่น่ะ อะไรติดมือเรอะ จู่ๆคนที่เจ้าตัวกำลังคิดถึง(!?!)อยู่ก็โพล่พรวดมาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง แถมยังไม่ทักเปล่ายังคว้ามือเรียวเล็กนั้นขึ้นมาดูอีกด้วยแหนะ

 

ยุน ยุนโฮ!! ทำอะไรน่ะ แจจุงว่าพลางชักมือกลับ ใบหน้าเริ่มร้อนๆชอบกลทั้งๆที่อากาศออกจะหนาวนะเนี่ย

 

แจจุงนายไม่สบายรึเปล่าน่ะ หน้าดูแดงๆยังไงไม่รู้ ปะ รีบกลับไปนอนกันเถอะ ท่าทางจะไม่สบายนะเนี่ยนายอะ ยุนโฮพูดไปพลางดึงมือไปทางที่พัก แจจุงเหลือบมองคนร่าเริ่งอย่างหมั่นไส้แกมเจ็บปวดอย่างไม่มีเหตุผล

 

ทำไมนายนั้น ยังยิ้มได้อยู๋อีกนะ ทั้งที่เราใจเต้นแทบตาย ฮึ้ย! ” คนใจเต้นพึมพำอยู่ฝ่ายเดียว

 

ไม่ใช่ซักหน่อย ยุนโฮชะงักฝีเท้ากึกแล้วหันมายิ้มให้

 

มันไม่ใช่ทางนี้ซะหน่อยนี่นา แฮะๆ ท่าทางชั้นจะพานายมาผิดทางหน่ะแจจุง โทดทีนะ มันไปทางไหนว้า ซับซ้อนจริงๆ... คนนำทางผิดลอบยิ้มขำๆกับสีหน้านิ่งอึ้งปนตกใจก่อนจะกลายเป็นแววตาโมโหและเจ็บปวดที่รู้สึกเหมือนโดนแกล้งแบบนี้

 

นายมันบ้า!ยุนโฮ! นั้นมันทางไปห้องอาบน้ำตั่งหาก ห้องพักมันทางนี้เว้ย!!! ”
แจจุงตะโกนเสร็จก็หมุนตัวกลับตั้งหน้าวิ่งไปอีกทางหากแต่โดนอีกฝ่ายซึ่งทั้งตัวสูงกว่า แรงเยอะกว่ารวบตัวเอาไว้

 

นายจะไปไหนหน่ะ ใจเย็นๆก่อนสิ ชอบวิ่งไปแบบนั้นเนี่ยแหละถึงได้ล้มบ่อยนัก คนพูดเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงที่คนฟังได้ยินจนเคยชิน แต่คราวนี้มันกลับทำให้หนุ่มน้อยแจจุงปั่นป่วน

 

นาย...นี่นายจะทำอะไร ปล่อยชั้นสิ

ก็...กอดกันในฐานะ...เพื่อนไง ไม่ได้เหรอ? ” ยิ้มกรุ่มกริ่มจากริมฝีบางบางนั้นยื่นมาใกล้เล่นเอาคนตัวเล็กในอ้อมกอดหนาส่ายหน้าหนีพัลวัล

 

เพื่อนกันแล้วจะเอาหน้ามาชิดแบบนี้ทำไมกันเล่า! ปล่อยชั้นสิยุนโฮ!! ปล่อย!! ฮึก..ฮึ

 

เดี๋ยวสิ! อยู่เฉยๆ เฮ้! แจจุงนายร้องไห้!! เป็นอะไรไปแจจุง ยุนโฮถามอย่างร้อนรน ไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่แจจุงจะร้องไห้ แต่การร้องไห้ต่อหน้าต่อตายุนโฮนั้นเล่นเอาคนขี้แกล้งใจอ่อนยวบ

 

ขอบโทษๆ ปล่อยแล้วๆ อ้อมกอดหนาคลายลงแจจุงจึงเลิกดิ้น ยุนโฮได้โอกาสยกมือขึ้นปาดน้ำตาของคนขี้แง

 

อย่ามายุ่งกับชั้น!! อ๊ะ.. แจจุงปัดมืออุ่นๆออกแต่ก็ชะงักเมื่อเห็นแววตาเจ็บปวดของยุนโฮ

คนที่แจจุง...แคร์กว่าใคร

 

ขอโทษนะ ชั้นไปนอนล่ะ ราตรีสวัสดิ์ ยุนโฮ

 

แจจุง คนถูกเรียกชะงักแล้วหันกลับ

 

ชั้น เอ่อ...ราตรีสวัสดิ์ แจจุง

 

แจจุงยิ้มนิดๆแล้วเดินกลับไปที่พักของตัวเองโดยไม่หันกลับมามอง ยุนโฮได้แต่เงยหน้ามองพระจัทร์ที่สาดส่อง มือข้างที่จับมือนุ่มของแจจุงล้วงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาดูพลางถอนหายใจ

 

โอกาสดีๆหลุดลอยไปอีกแล้วเรา เฮ้อ..ยุนโฮแบบมือออกมา บนมือใหญ่นั้นปรากฏแหวนเงินวงเล็กๆนอนนิ่งสะท้อนแสงจัทร์

 

หนาวจริงๆแฮะ รีบเข้าไปนอนดีกว่า ยุนโฮเดินกลับไปทางเดียวกับที่แจจุงเดินไป หากทว่ากลับไม่มีร่างบางนั้นเดินอยู่ อากาศภายนอกที่ว่าหนาวนักหรือจะเทียบกับความชาเย็นภายในใจของทั้งสองฝ่าย

.................................................……………………………………………………

 

บ้าๆๆ บ้าที่สุดเล้ยย!~ “ แจจุงพอกลับมาถึงห้องพักได้ก็ออกฤทธ์อาละวาดขว้างหมอนใส่ผู้เคราะห์ร้ายอย่างบ้าคลั่ง เหยื่อรายนั้นคือ...ชางมิน น้องเล็กสุดนั้นเอง -_-“

 

โอ๊ย!! พี่แจ ใจเย็นๆสิครับ ไปโมโหอะไรเข้าอีกล่ะเนี่ย อะ อ๋อ... คนถูกขว้างหมอนใส่ปัดป้องตัวเองพัลวัลแต่เมื่อมองหน้าคนอาละวาดก็รู้ทันทีว่าหัวเสียเพราะอะไร ชางมินซะอย่าง อิ0อิ

 

พี่ยุนโฮอีกล่ะ...สินะครั~ชางมินเสียงอ่อยเมื่อหนุ่มหน้าหวานส่งสายตาอาฆาตมาให้

 

อย่าเอ่ยชื่อไอ้บ้านั้นอีกนะ ฮึ้ย! นึกแล้วมันน่าโมโหนัก! ”

 

ค้าบๆเอาเป็นว่าพี่แจนอนก่อนดีกว่านะครับ พรุ่งนี้ก็มีถ่ายแบบต่ออีกเดี๋ยวจะไม่สบายแล้วผมจะอดกินของอร่อยฝีมือพี่ไง แฮ่ๆ ชางมินยื่นหน้ามาออดอ้อน เขารู้ดีว่าถึงซักไซ้แจจุงตอนนี้ไปก็เปล่าประโยชน์ แจจุงบทจะอาละวาดก็พาลไปหมดเหมือนเด็กๆ เดี๋ยวถ้าพาลจะไม่ทำของอร่อยให้ชางมินกินเขาก็แย่นะซี่ ^-^”

 

อืม...พี่ว่าพี่จะไปนอนแล้วเหมือนกัน มึนๆหัวยังไงก็ไม่รู้ ฝันดีนะ ชางมิน แจจุงพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียงแต่แล้วก็ต้องล้มฝุบลง

 

พี่แจ! เป็นอะไรรึเปล่า เฮ้ย!ตัวร้อนเชียว ทำไงดี ทำไงดี พี่แจ! ” ชางมิน รีบเข้าไปประคองคนล้มพับอย่างเป็นห่วง ความจริงแจจุงเครียดกับเรื่องงานแสดงวันนี้มาหลายวันแล้ว ชางมินรู้ดีเพราะเขาเป็นคนเดียวที่แจจุงไว้ใจมากพอที่จะเล่าสิ่งต่างๆและความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีให้ ยุนโฮ แก่ชางมินฟัง

 

พี่ยุนโฮ แกล้งอะไรพี่แจอีกนะ เฮ้ย!พี่นั้นเตียงผม อย่า!เดี๋ยวผมพาพี่ไปนอนที่เตียงพี่เอง อย่ายุ่งบนเตียงโผ้มมม!! ” ชางมินแหกปากลั่นเมื่อแจจุงคลานขึ้นมาทำท่าจะนอนบนเตียงชางมินพลางมือควานสะเปสะปะไปใต้หมอน

 

อืมม...ให้พี่นอนนี่เหอะน่า เตียงมันก็เหมือนกันน่ะแหละ ไอ้นี่อะไรน่ะ? ” แจจุงดึงกระดาษใบเล็กๆที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้หมอนของชางมินขึ้นมา

 

หืมม...นี่มัน หน้าเหมือนชั้นเลยนี่นา...คร่อก…zzz ” พูดได้เท่านั้นแจจุงคนสวยก็ฟุบหลับไปทันที ปล่อยให้ชางมินนั่งเหวอหน้าแดงอ้าปากค้างไว้อย่างนั้น

 

อ๊ากก! ให้ตายเถอะ ทำไมมันเป็นแบบนี้ฟร่ะ หวังว่าตื่นมาพรุ่งนี้คงจะจำอะไรไม่ได้นะ >_< ” ชางมินคว้ารูปใบเล็กจากมือของแจจุงซึ่งบัดนี้หลับไปด้วยพิษไข้ กระดาษใบนั้นเป็นรูปของเขากับแจจุงใบหน้าแนบชิดกอดคอกันถ่ายรูป

....สมบัติล้ำค่าของชางมิน....

 

อีกด้านของบ้านพัก

 

จุนซู นี่ฟุตบอลทีมที่นายชอบใช่ม้า...ฮ่าๆๆ ภาพนี้ตลกดีนะ

 

ไหนๆ เออ! ใช่แล้ว หาเจอหน้านี้ได้ไง ชั้นยังหาไม่เจอเลย ไหนๆเอามาดูสิ จุนซูกับยูชอนนั่งพิงกันเปิดนิตยสารฟุตบอลดูพลางคุยกันกระหนุงกระหนิงอยู่บนเตียงเดียวกัน

 

เฮ้! ดูนี่สิ จุนซูตาลุกวาวเมื่อเห็นภาพลูกฟุตบอลใบโปรดที่เขาอยากได้มานาน เขารีบก้มลงไปดูจนหน้าเกือบชิดติดกับหนังสือ ( แล้วจะดูรู้เรื่องมั๊ยเนี่ยท่าน : ผู้แต่ง -_-“ ) เป็นผลให้ซอกคอขาวๆที่มีผมทองยาวระลอยเด่นเกือบชิดกับจมูกของยูซอน กลิ่นหอมของยาสระผมทำให้ยูซอนเผลอใจซุกหน้าลงไปแล้วใช้ริมฝีปากบางไล้ซอกคอขาว

 

เฮ้ๆ! เล่นทีเผลอนะยูชอน ตาชั้นมั้งสิ ไม่ว่าเปล่า จุนซูคว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองแล้วพลักไปชนกับหัวเตียง

 

ตึง!

 

ปึง! ทั้งสองสะดุ้งเฮือกเผลอค้างท่าทางที่ชวนเสียวไส้ไว้แล้วมองเป็นตาเดียวไปที่ประตูห้องที่ถูกเปิดออกอย่างกระทันหัน

 

พวกนาย... ยุนโฮมองพวกนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า

เขาพูดเพียงแค่นั้นก็เดินไปที่ห้องของเขาซึ่งเป็นห้องเสริมเปิดประตูถึงกันได้ ก่อนที่จะเลี้ยวลับมุมไป ยุนโฮก็ชะงักฝีเท้าแล้วหันมาพูดต่อว่า

 

จะทำอะไรคราวนี้ขอให้เบาๆหน่อยนะ ชั้นจะนอน

 

ทั้งจุนซูและยูซอนหันหน้ามามองกันยิ้มๆ

 

นี่ยูซอน ชั้นว่าพวกเราอุตส่าห์ส่งเสียงเบาๆแล้วนะ ยุนโฮยังได้ยินอีกเหรอเนี่ย งั้นคราวนี้เรามาแก้ตัวใหม่ดีมั๊ย

น๊ะ^3^ ” จุนซูยิ้มหวานแต่ยูซอนกลับตีหน้าเครียด

 

นี่ไม่เห็นเหรอว่ายุนโฮมันทำท่าคอตกมาแบบนี้น่ะ แสดงว่าไอ้แผนการสวีทกันตอนเที่ยงคืนอะไรนั้นท่าทางจะล้มเหลวแฮะ น่าสงสาร...อุ๊บ!! ” ยังพูดไม่ทันจบคนพล่ามก็โดนปิดปากไปด้วยจูบอันหอมหวาน1ที

 

เลิกพูดชื่อชายอื่นต่อหน้าชั้นซะที จูบนั้นถือว่า...เหวอ คนถูกรุกอยู่นานได้โอกาสพลักหนุ่มผมทองร่างเล็กกว่าลงแล้วกดไว้กับเตียง ใบหน้ายิ้มเย็น

 

ฮึ! ชั้นไม่ยอมให้นายรุกอยู่บ่อยๆหรอกนะ จุนซู ฮึๆๆ

 

และแล้วค่ำคืนนั้นก็ผ่านไป โดยมียุนโฮที่ต้องนอนเอาหมอนอุดหูไว้ตลอดคืนอีกตามเคย

End Part 1

..............................................................................................................................

 

edit @ 14 Apr 2008 12:18:03 by

edit @ 14 Apr 2008 12:34:41 by

edit @ 14 Apr 2008 12:51:34 by

[Fic]~Midnight Story~ Part 2{Yun♡Jae}

posted on 14 Apr 2008 12:54 by iamcassy  in Fiction

Part 2

รุ่งขึ้น

 

ว่าไงนะ! แจจุงไม่สบาย! ทำไมนายไม่ไปปลุกชั้นล่ะชางมิน

เกิดแจจุงเป็นอะไรไป...ชั้นที่เป็นหัวหน้าวงก็แย่นะซี่..ช่วงสุดท้ายของประโยคเจ้าตัวเอ่ยเสียงแผ่วแต่ดังพอที่จะให้คนที่ถูกพาดพิงได้ยิน


ขอ...แค่กๆ ขอโทษนะ แค่ก ถะ...ถ้าชั้นทำให้นายต้องเดือดร้อน ยุนโฮ แค่กๆ แจจุงเดินมาในสภาพเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนโดยมีสต๊าฟคอยช่วยประคองอยู่ข้างๆ

 

แจจุง! นายไม่สบายนี่นา จะออกมาเดินตากลมหนาวแบบนี้ได้ยังไง มานี่! กลับที่พัก!“

ยุนโฮปรี่เข้ามาคว้าตัวแจจุงให้ออกห่างจากสต๊าฟ แต่แจจุงขืนตัวไว้

 

ไม่! ปล่อยนะ! ชั้นจะทำงาน ชั้นไม่อยากให้ใครเดือดร้อนอีกแล้ว!

 

ชั้นไม่ปล่อย! สภาพแบบนี้ยังบอกว่าจะทำงานๆ นี่!ฝากบอกผู้จัดการด้วยนะว่าแจจุงไม่บาย เรื่องถ่ายแบบให้เลื่อนไปวันอื่นก่อน ส่วนชั้นไม่มีงานวันนี้จะคอยดูแลให้เอง พูดจบยุนโฮก็ช้อนตัวแจจุงอุ้มขึ้นเดินลิ่วๆไปทางห้องพัก

 

โธ่ๆ ชางมินเนี่ยน้า น่าจะตามยุนโฮไปดูอาการซะตั้งแต่เมื่อคืน ไม่ไหวเล๊ย ฮะๆๆ จุนซูกล่าวยิ้มๆแล้วเดินไปอีกทางพร้อมยูซอน ปล่อยทิ้งให้น้องเล็กยืนเท้งเต้งบ่นอุบอยู่คนเดียว

 

ฮึ้ย!! ทำไมผมจะไม่ไปตามยุนโฮ ถ้าไม่เพราะกลัวจะเห็นพวกพี่กำลัง....กันอยู่ในห้องล่ะก็เคาะเรียกไปนานแล้ว... คนบ่นทำท่าแยกเขี้ยวใส่2หนุ่ม จุนซูและยูซฮนที่เดินไป

 

...เฮอะ...แต่ถึงเคาะไปก็คงไม่ได้ยินหรอกมั้ง ก็เล่นส่งเสียงซะดังขนาดนั้นแล้วใครจะกล้าเข้าไปกันล่ะ!

---------------------------------------------------------------------------

นายนอนอยู่แต่ในห้องนี้แหละ ไม่ต้องไปไหน จะเอาอะไรก็บอกเดี๋ยวชั้นหามาให้ ยุนโฮค่อยๆวางร่างบางที่บัดนี้อ่อนเปลี้ยและร้อนรุ่มๆด้วยพิษไข้ ถึงแม้เขาจะโมโหขนาดไหนแต่เขาจะไม่มีวันทำร้ายให้ร่างกายนี้อบช้ำเด็ดขาด

 

ยุนโฮ แค่กๆ นาย...นายโมโหอะไรหรอ? ” แจจุงถามออกมาด้วยความเป็นห่วง เขาลืมไปสนิทว่าเพิ่งทะเลาะกันมาเมื่อคืน

 

ก็ชางมินน่ะสิ! ทำไมถึงไม่รีบมาบอกชั้นว่านายไม่สบายแบบนี้! ”

 

อย่าโกรธชางมินเลยนะยุนโฮ หนุ่มน้อยค่อยๆเลื่อนมือบางมากุมมือหนาที่อบอุ่นนั้นพลางยิ้ม

 

ชั้นไม่ได้เป็นอะไรมากซักหน่อย แค่นายเป็นห่วงชั้น แค่นี้ชั้นก็ดีใจแล้ว... ทั้งสองสบตากันนิ่งนาน แต่แล้วแจจุงก็เบนสายตาหลบก่อน เพราะความเขินทำให้หน้าที่แดงด้วยพิษไข้อยู่แล้วแดงหนักขึ้นไปอีก

 

..อีก...อีกอย่างนึง ชางมินก็บอกชั้นแล้วด้วยว่าจะไปตามนาย แต่เห็นกลับมาบอกว่าเข้าไปไม่ได้ ไม่รู้ทำไม? ” คราวนี้ฝ่ายคนที่หน้าแดงกลับเป็นยุนโฮซะเอง จริงๆแล้วเรื่องเมื่อคืนที่ไอ้เจ้า2คนนั้นทำอะไรไม่เกรงใจก็มีส่วนทำให้ยุนโฮหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน เพื่อนภาษาอะไรฟร่ะ คนกำลังเศร้าๆดันมามีความสุขอยู่2คน แถมยังเพื่อแผ่มาให้อีกต่างหาก-_-“

 

ช่างเถอะๆ นายนอนพักดีกว่านะ เดี๋ยวชั้นไปเอายามาให้ แววตาอบอุ่นพร้อมมือใหญ่ที่มั่นคงแข็งแรงลูบผมที่ปรกหน้าหนุ่มน้อยเบาๆทำเอาคนที่ได้รับสัมผัสนั้นอยากร้องไห้

 

ชั้น...ขะ....

 

หืม...นายว่าอะไรนะ? ” เสียงแผ่วเบาที่ขาดเป็นห้วงๆทำให้ยุนโฮได้ยินไม่ถนัดนัก เขาจึงค่อยๆก้มลงไปใกล้แจจุงเพื่อฟังให้ชัดๆ

 

ชั้นขอ...โทษนะยุนโฮ ที่เมื่อวาน..ชั้นตะโกนใส่นาย พูดไปน้ำตาใสๆเม็ดโตก็รื้นขึ้นมาแล้วค่อยๆร่วงหล่นไปข้างแก้ม แต่ก่อนที่น้ำตาเม็ดที่สองจะผุดขึ้น ยุนโฮก็บรรจงประทับริมฝีปากลงบนเปลือกตาอย่างแผ่วเบา

 

อย่าร้องไห้เพราะชั้นอีกเลย แจจุง ชั้นต่างหากที่ควรจะขอโทษนายที่พูดอะไรบ้าๆไป...นายนอนซะนะเดี๋ยวชั้นจะไปเอายามาให้ ยุนโฮลุกขึ้นทั้งๆที่แสนเสียดายโอกาสที่จะได้ริมฝีปากอิ่มนั้นมา แต่เขาก็ไม่อยากฉวยโอกาสมากไปกว่านี้

 

อย่าเพิ่งไปยุนโฮ! ” แจจุงร้องเรียกส่วนมือขาวนั้นก็รีบกระตุกดึงไว้ไม่ให้คนตัวโตไปไหน

 

ชั้นไม่ต้องการยา หรืออะไรทั้งนั้น ชั้นแค่... ยังไม่ทันจบประโยคคนถูกรั้งไว้ก็นั่งลงข้างเตียงอีกครั้งพร้อมกับวางนิ้วไว้บนริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อให้เป็นเชิงให้หยุดพูด

 

หยุดพูดเถอะแจจุง ตอนนี้นายกำลังไม่สบายอยู่นะ แล้ว...ชั้นก็ไม่อยากทำอะไรนายตอนนี้ด้วย แค่นี้...นายก็น่ารักจนชั้นทำอะไรไม่ถูกแล้ว -///- ” พูดไปคนพูดก็เขินไป เขาจึงแสร้งหันหน้าไปทางอื่น หากแต่เมื่อมือนุ่มๆเอื้อมมาสัมผัสใบหน้าของเขา ยุนโฮก็อดหันมามองใบหน้าของเจ้าของมือนั้นไม่ได้ ใบหน้าที่แดงระเรื่อทั้งเพราะพิษไข้และพิษความเขิน ลมหายใจที่หอบกระเส่าและเหงือเม็ดเล็กๆที่ผุดขึ้นมาทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าดูเย้ายวนอย่างไม่น่าเชื่อ

 

แจจุง...ชั้นรักนาย... ในที่สุดคำพูดที่ยุนโฮต้องการบอกมาตลอดก็สื่อถึงคนที่เขารักได้สักที

 

ชั้นก็เหมือนกัน...ยุนโฮ ชายหนุ่มกุมมือเล็กที่แนบบนแก้มไว้แล้วค่อยๆเลื่อนลงมาตรงตำแหน่งเดียวกับหัวใจ

 

นายหน่ะ...อยู่ในนี้มาตลอด ตั้งแต่เราได้เจอกัน ยุนโฮใช้มืออีกข้างเสยผมดำเงาที่ปรกหน้าผากของแจจุงอีกครั้งแล้วค่อยๆโน้มตัวลงมาจุมพิตที่ตรงหน้าผาก

 

พักผ่อนซะนะ ชั้นจะอยู่ข้างๆนาย จะคอยกุมมือนี้ไว้ จะรอจนกว่านายจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

เพราะฉะนั้นหลับซะนะ แจจุง...

และไม่ว่าจะเพราะรอยจูบอันนุ่มนวล หรือคำพูดที่แสนหวานหูก็แล้วแต่ แจจุงหนุ่มน้อยรูปงามก็หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นภาพที่ยุนโฮอยากจะเก็บไว้ดูคนเดียว...

....ตลอดไป....

-----------------------------------------------------------------------------

 

เฮ้อ...คนอะไร้ก็ไม่รู้น้า นอนซมแค่วันสองวันก็หายซะละ ไม่รู้ว่าได้ ยาดีอะไร อิ-อิ เอ...แล้วยาดีจะอยู่แถวนี้รึเปล่าน้า ทีหลังจะได้ใช่บริการมั่ง โอ๊ย!! ” ยังแซวรุ่นพี่ไม่ทันสะใจ คนปากพล่อยนามว่าจุนซูก็ถูกมือลึกลับเขกหัวเข้าซะก่อน

 

น้อยๆหน่อยจุนซู พูดอะไรหัดคิดซะบ้าง เมื่อคืนยังไม่เข็ดใช่มั๊ย ฮึ๊ เจ้าของมือลึกลับนามว่ายูซอนเดินมาข้างๆพลางยิ้มกวน

 

แล้วก็อีกอย่างนะ ถ้านายอยากจะใช้บริการละก็ คืนนี้ชั้นไม่ว่าง เนอะแจจุง คนที่ได้รับฉายายาดีเดินมาสวมกอดคนถูกแหย่ไว้จากทางด้านหลัง

 

อย่าลืมนะแจ หลังจากถ่ายแบบเสร็จแล้วมารอชั้นตรงที่เดิมนะ เสียงกระซิบนุ่มข้างหูทำเอาหน้าร้อนผ่าว แจจุงพยักหน้าหงึกหงัก ถึงจะอายแต่ก็แสนสุขใจในอ้อมแขนนี้ ส่วนคนที่ได้แต่แอบมองอย่างเงียบๆเช่นชางมิน...ก็ได้แต่แอบมองดูต่อไป ( ขอโทดนะจร้า สาวกชางมิน>_< )

หลังถ่ายแบบเสร็จ

5ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ยุนโฮยังจะรออยู่มั๊ยนะ แจจุงเอ่ยกับตัวเองอย่างร้อนใจ เพราะนี่อาจถือได้ว่าเป็นนัดเดทครั้งแรกของพวกเขา ถึงแม้จะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยนอกจากสวนแถวๆที่พัก แต่สำหรับแจจุงนั้นก็ถือว่าเป็นเดทครั้งแรกที่ได้อยู่กัน2ต่อ2ในฐานะ คนรัก

 

มองหาใครอยู่เหรอครับ เจ้าหญิง เสียงทุ้มลึกคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อหันไปก็เจอใบหน้าคมประดับด้วยรอยยิ้มเท่ห์...รอยยิ้มที่แจจุงหลงนักหนา

 

ใครเป็นเจ้าหญิงกันห๊ะ มันก็แค่ชุดที่ใช้ถ่ายแบบวันนี้เท่านั้นเอง เจ้าหญิงจำเป็นบ่นอุบ

 

ไม่เอาอ่ะ ก็ชุดมันคล้ายๆเจ้าหญิงชัดๆ แล้วถ้านายไม่ยอมเป็นเจ้าหญิง แล้วชั้นจะแต่งมาเป็นเจ้าชายเพื่ออะไรกันล่ะฮึ? ” แจจุงถอยหลังไปนิดนึงเพื่อสำรวจดูเจ้าชายยุนโฮได้อย่างเต็มตา ชุดสูสีขาวล้วนช่างเข้ากับชุดโค้ทสีดำยาวกรอมเท้าของแจจุง ซึ่งมองเผินๆแล้วคล้ายกับกระโปรงยาวของเจ้าหญิงไม่มีผิด

 

เอาล่ะ...เจ้าหญิงหลับตานะ พอชั้นนับถึง3ก็ให้เปิดตาได้ ยุนโฮยิ้มกรุ่มกริ่ม

 

1... เจ้าหญิงแจจุงรู้สึกว่ามือข้างซ้ายได้ถูกยกขึ้น

 

2...บางอย่างลื่นๆเย็นๆเลื่อนผ่านนิ้วนางข้างซ้าย

 

3...เจ้าชายยุนโฮยืนยิ้มเท่ห์ บนนิ้วนางข้างซ้ายของแจจุงได้ถูกประดับไว้ด้วยแหวนเงินเกลี้ยงวงเล็กๆ ถึงแม้ว่าจะราคาไม่แพงมากนัก แต่ก็มีค่าเกินกว่าจะประเมินได้แก่ทั้ง2ฝ่าย

 

...ยุนโฮ...

 

ไม่เอาน่า อย่าร้องสิแจจุง คนปลอบว่าพลางคว้าเอวบางเข้ามาแนบชิด ใบหน้าที่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆที่ปะทะกัน หยดน้ำใสๆผุดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ยุนโฮใช้ริมฝีปากบางนั้นรับไว้ได้ทัน

 

ชั้นไม่อยากจูบแต่เปลือกตานายนะจะบอกให้

 

งั้นจะจูบอะไรล่ะ แจจุงยิ้มยั่ว

 

ก็นี่ไงล่ะ...ยุนโฮทาบประกบริมฝีปากนั้นอย่างโหยหา เร่าร้อน จูบที่เขานึกฝันมานานแสนนานมันช่างหอมหวานเย้ายวนกว่าที่เขาคิด จูบที่ดูดดื่มและเนิดนานท่ามกลางแสงจัทร์ที่สาดส่อง แม้แต่เวทมนต์ยามเที่ยงคืนก็ไม่อาจหยุดความสุขของทั้งคู่ไปได้

 

End Part 2

...................................................................................................

edit @ 14 Apr 2008 13:10:14 by

edit @ 14 Apr 2008 13:26:05 by

edit @ 15 Apr 2008 11:26:15 by

[Fic]~Midnight Story~ Part 3{Yun♡Jae}

posted on 14 Apr 2008 13:12 by iamcassy  in Fiction

Part 3

ในอีกมุมหนึ่ง หนุ่มน้อยชางมินนั่งอยู่บนเตียงอย่างโดดเดี่ยว ในมือมีรูปใบเล็ก

ดวงตาคู่สวยจ้องมองภาพนั้นเนิดนาน สมองอันเหนื่อยล้าของเขาไม่อาจควบคุมสติที่ล่องลอยไปไกล ไกลไปถึงอดีตที่นึกขึ้นทีไรเขาก็อดรู้สึกอบอุ่นในหัวใจมิได้...

 

หลายเดือนก่อน ชางมินตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าจูบแรกของเขาได้ถูกขโมยไปเสียแล้ว

เขาร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า แสนเสียดายเฟริสคิสที่สู้อุตส่าห์เก็บไว้ให้กับแฟนคนแรก แต่กลับกลายเป็นหนุ่มรุ่นพี่หน้าสวยซะนี่ที่เป็นคนได้ไปครอง เขาร้องไห้อยู่นาน

ไม่วายรุ่นพี่คนไหนๆมาปลอบก็ไม่หยุด จนท้ายที่สุดแจจุงตัวต้นเรื่องต้องงัดไม้เด็ดมาใช้

 

ชางมินจ๋า...พี่ขอโทษจริงๆน้า ให้ทำอะไรพี่ยอมให้ทุกอย่างเลย น๊ะๆ หยุดร้องแล้วบอกพี่มาเลยว่าอยากกินอะไรหรือจะให้พี่ทำอะไรก็สั่งมาได้เลย พี่คนนี้จะเนรมิตทุกอย่างให้เอง ดังนั้นหยุดร้องไห้เถอะน้า และก็ได้ผล คำว่ายอมทำทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของอาหารทำให้เสียงสะอื้นนั้นเบาลง

 

ทุกอย่างจริงๆนะ งั้นเอานี่ น้องเล็กควานหากระดาษแล้วจดรายการอาหารยุกยิกแล้วยัดใส่มือของแจจุง

 

เอาหมดนี้เลย แล้วพี่ต้องเป็นคนเอามาให้ผมในห้องด้วย หนุ่มน้อยพูดอย่างงอนๆ จริงๆแล้วเขาเริ่มรู้สึกดีขึ้นตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่พวกพี่ๆเข้ามาปลอบอกปลอบใจน่ะแหละ แต่ช่วยไม่ได้ พี่แจอยากแกล้งเขาก่อนนี่ คราวนี้ได้ทีขอเอาคืนบ้างคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ^_^

 

โหยย เอาหมดนี่จริงอะ! กินหมดเหรอ

 

กินไม่หมดให้พวกเรากินต่อก็ได้นะ ท่าทางน่าอร่อย เหล่าพี่ๆที่เหลือร้องรับแต่กลับโดนสายตาพิฆาตจ้องกลับ

 

ไม่เอา ผมกินหมดน่า พวกพี่ๆก็รู้กันอยู่ คนพูดทำท่างอนแก้มป่องแล้วหันไปอีกทาง

 

โอเคๆ เดี๋ยวพี่จัดให้ ชางมินรอแป๊ปเดียวนะ ไม่ยากหรอกของพวกนี้หน่ะ รู้จักฝีมือแจจุงคนนี้น้อยไปซะแล้ว ว่าแล้วคนเก่งก็ผลุบหายออกไปนอกห้องแต่ไม่วายหันมาร้องเรียกหาลูกมือ

 

เอ้านี่พวกนาย ถ้าว่างนักมาช่วยฉันหน่อยสิ คนช่วยเยอะๆจะได้เสร็จเร็วๆ จะได้ทำเผื่อพวกนายด้วย ได้ยินดังนั้น3พระหน่อที่เหลือก็กุลีกุจอรีบออกจากห้องไปช่วยแจจุงทันที

 

ไม่นานกลิ่นหอมๆยั่วน้ำลายก็ลอยมาแต่ไกล เสียงฝีเท้าของพวกพี่ๆที่วิ่งไปวิ่งมาหยิบนั่นหยิบนี่ตามที่แจจุงสั่งทำให้น้องเล็กสุด

ได้ยินแล้วก็รับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่พี่ๆมีให้แก่เขามากมาย

 

มาแล้วจ้า ของที่ชางมินสั่ง พี่ทำให้ครบหมดทุกอย่างเลยนะ เพียงแต่ว่า...

ขาดไปหนึ่งรายการอ่ะ ชางมินคงไม่ว่าอะไรหรอกนะ

 

มันคืออะไรล่ะ ใช่ที่ผมอยากกินมากที่สุดรึเปล่า? ”

 

ก็ไอ้หูฉลามน้ำแดงอะดิTT^TT พี่ไม่รุ้ว่าจะไปหาซื้อจากที่ไหนจริงๆนะ แล้วยิ่งรีบๆด้วยอะ

 

ง่า...เป็นไอ้ที่ผมอยากกินมากที่สุดด้วยอ่ะ เพิ่งเห็นในทีวีเมื่อวานนี้เลยอยากกินง่ะ ไม่รู้แหละ งั้นโทษฐานที่พี่ผิดคำสัญญา พี่ต้องป้อนให้ผมกินด้วย * )3 * ” ชางมินทำท่างอนแก้มตุ่ย ซึ่งแจแจเห็นแล้วอดเอ็นดูไม่ได้ เขาชอบน้องชายคนนี้จริงๆ ถึงแม้ว่าบางที่เขาจะทำเรื่องยุ่งๆเปิ่นๆบ้างก็เถอะ แต่ก็เพราะชางมินเนี่ยแหละที่เป็นแรงผลักดันให้กับพี่เปรียบเสมือนเหมือนขุมพลังแห่งวงเชียวล่ะ

 

จ้าๆ ป้อนก็ป้อนนะ อ่ะ เดี๋ยวพี่ไปยกของกินมาไว้ในห้องนะ เชิญคุณชายนอนรอตามสบายน้า~ ” พูดจบแจจุงก็พลุบออกไปนอกห้องโดยมีสายตาอีก3คู่มองมา

 

เอ้า! นี่ส่วนของพวกนายน่ะ วันนี้กินกันเอง3คนข้างนอกนะ เดี๋ยวฉันจะไปกินกะชางมิน2ต่อ2^_^ ” เจ้าตัวพูดอย่างอารมณ์ดี 2ในสามหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักไม่พูดอะไรยอมทำตามแต่โดยดี หากแต่สายตาอีกคู่หนึ่งนั้นมองมาอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

 

ทำไมนายต้องทำถึงขนาดป้อนให้ด้วยล่ะ พาออกมากินข้างนอกสิ ยุนโฮพูดด้วยอาการหงุดหงิดอย่างออกนอกหน้า หากแต่อีกคนยิ้มหวานแล้วเดินเข้าไปใกล้

 

เถอะน่า ก็ฉันเป็นคนผิดเองนี่นา แค่ป้อนข้าวกันตามประสาพี่-น้องอ่ะ ไม่เห็นเป็นไรเลยนิ ปะ ไปกินข้าวซะ ฉันอุตส่าห์ทำกิมจิของโปรดนายแบบพิเศษให้เลยน้า

 

พี่แจ~~ โพ้ม หิว แล้ว น้า... เสียงร้องครวญครางดังมาจากอีกฟากของห้องทำให้แจแจต้องรีบละออกจากยุนโฮ

 

จ้าๆ พี่มาแล้วๆ อย่าคิดมากน่ายุนโฮ
คนหน้าสวยหันไปตะโกนตอบแล้วหันมาปลอบคนขี้ใจน้อยจากนั้นก็รีบไปยกสำรับกับข้าวเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู

 

 

อ่ะ มาๆ กำลังร้อนๆเลย อ้า~ข้าวสวยร้อนๆพร้อมกับที่ปรุงแต่งอย่างเลิศหรูถูกมาวางเรียงไว้บนโต๊ะตัวเล็กตรงหน้าหนูชางมิน ข้างๆเป็นหนุ่มหน้าหวานที่กำลังกุลีกุจอเอาอกเอาใจป้อนให้ ท่าทางน่ารักของคนข้างๆทำให้หนุ่มน้อยไร้เดียงสาเช่นชางมินอดใจแกว่งไม่ได้

 

เป็นไง อร่อยมั๊ย พี่ทำสุดฝีมือเลยน้า ชางมินเลิกโกรธพี่เถอะ

 

ง่ำๆ งืม อ๋ม ไอ้ โอด อี่ อ้อ ไอ้ (ผมไม่โกรธพี่ก็ได้) ” น้องเล็กทำเป็นไม่สนใจเอาของกินยัดใส่ปากแก้อาการเขินซะงั้น

 

อ๊ะ..ข้าวติดแก้มแนะ ชางมินเนี่ยน้า นี่ขนาดป้อนให้นะเนี่ย พี่เอาออกให้ พูดจบริมฝีปากแดงอิ่มเจ้าปัญหาก็เขยิบเข้าไปสัมผัสโดนตรงผิวแก้มสีแทนตรงจุดที่มีข้าวเม็ดนึงติดอยู่ รสอุ่นๆข้างแก้มประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำเอาอีกฝ่ายอึ้งกิมกี่

 

ออกล่ะ อ้าวทำไมทำหน้าช็อกแบบนั้นล่ะ นี่ๆเรามาถ่ายรูปเก็บไว้กันเถอะ นานๆทีทำของอร่อยๆให้คนพิเศษแบบนี้มันก็ต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันหน่อยจริงม้า พูดจบแจจุงก็วิ่งไปที่ห้องตัวเองเพื่อหยิบกล้องตัวโปรดของเขาโดยมิได้สังเกตสีหน้าของชางมิน

ที่บัดนี้แข็งไปแล้วเรียบร้อยเลยแม้แต่น้อย

 

........................ คนบนเตียงได้แต่นั่งนิ่งอีกมือลูบแก้มเบาๆ ในใจรู้สึกแปลกๆ เขามิได้รังเกียจจูบนั้น ที่ร้องไห้ออกมาเพียงเพราะแค่เขาตกใจไม่รู้จะทำยังไงเท่านั้น สัมผัสที่แก้มนั้นอีก มันทำให้เขาปั่นป่วนในใจบอกไม่ถูก เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครเลย คิดไปมือก็ลูบแก้มไป หากแต่ริมฝีปากบางนั้นค่อยๆแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

มาแล้ว!! มะชางมิน มาถ่ายรูปกัน แจจุงยิ้มร่าแล้วพุ่งมานั่งโอบคอน้องชายสุดที่รักแก้มแนบแก้ม

 

ฮิฮิ เมื่อกี้นั่งยิ้มอะไรอยู่คนเดียวฮะ? แหมๆ... คนขี้แกล้งมือกดปุ่มชัตเตอร์รัวยิบ แต่ปากก็ยังมิวายพูดแซว

 

หรือว่า.... คราวนี้คนพูดลดกล้องลงมาแล้วหันหน้ามาหาคนข้างตัวพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มที่เล่นเอาคนประสบการณ์น้อยกว่ารู้สึกร้อนๆหน้าพิกล

 

อะ...อะไรอ่ะ พี่แจ หรือว่ารายอ่า... ชางมินเอ่ยตะกุกตะกัก พลางคิดในใจ ม่ายน้า พี่พี่แจแจมีพลังอ่านความคิดคนได้ด้วยเหรอเนี่ย โอ้พระเจ้าจอร์จ!! ผมตายแน่ >_< ’

 

หรือว่า...นายกำลังถูกใจในฝีมืออาหารแสนอร่อยของฉันอยู่ใช่มั๊ยล่ะ ฮ่าๆๆๆ ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวอ่ะ ^0^// ” คำตอบที่ว่าทำเอาถ้าชางมินอยู่ในการ์ตูนตาหวานล่ะก็ป่านนี้หัวนายท่านคงจะพุ่งตกเตียงไปแล้ว ^_^”

 

อะ อืมๆ ช่ายๆ ฝีมือทำอาหารของพี่สุดยอดที่สุดแล้วแหละ เจ้าตัวแอบโล่งอกนิดๆที่คนข้างๆตอบไม่ตรงกับที่เขาคิด

 

แหม...ชางมินเนี่ย น่ารักที่สุดเล๊ย!! มะๆเข้ามาใกล้ๆหน่อยดิ ถ่ายรูปด้วยกันยังไงเนี่ยนั่งห่างเป็นวาว่าแล้วก็ไม่ฟังเสียง คนสั่งเอามือว่างอีกข้างโอบรอบคอเจ้าน้องชายมาแนบชิดกับใบหน้าของตนอย่างสนิทสนม

 

ยิ้มหน่อยสิ เอ้า 1..2..3..! ”

 

....พี่แจ....

 

แกร็ก! ’

เสียงเปิดประตูเข้ามาอย่างกะทันหันทำเอาคนนั่งเหม่อสะดุ้งตัวโยน เจ้าตัวเรียกสติกลับคืนมายังปัจจุบันอีกครั้งก่อนที่จะรีบซ่อนรูปใบเล็กในมือลงใต้หมอนอย่างแนบเนียน ที่ประตูปากาฏชายหนุ่มร่างบางค่อยๆเดินเข้ามาราวกับมิได้สังเกตเลยว่ามีคนอยู่ในห้องนั้น ดวงตากึ่งเหม่อชวนฝันนั้นเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุข ริมฝีปากแดงอิ่มเผยอเล็กน้อยราวกับจะยั่วยวนอีกคนในห้องซึ่งบัดนี้มองกลับไปด้วยแววตาหมองหม่น เขารู้สึกได้ทันทีว่ามีบางสิ่งบางอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แจจุงคนที่เขาเคยรู้จัก ที่ๆเขาเคยอยู่ เกือบทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว...

 

ชางมิน... แจจุงเดินช้าๆมานั่งข้างๆ มือนิ่มวางลงบนมือสีแทนใหญ่ของอีกฝ่าย ดูจากแววตาก็รู้ว่าคนๆนั้นกำลังมีความสุขอย่างที่สุด

 

ชางมิน...พี่มีความสุขจัง คืนนี้เป็นคืนที่ดีที่สุดในชีวิตพี่เลยนะรู้มั๊ย เสียงหวานกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยที่จ้องลึกลงไปยังดวงตาของอีกฝ่าย หากเป็นเช่นเวลาปกติชางมินจะชอบช่วงเวลานี้ที่สุด แต่คราวนี้...มันไม่เหมือนเดิม... น้องเล็กหลบสายตาลง พลันก็เหลือบเห็นประกายสีเงินเล็กๆที่สะท้อนแสงจันทร์จากริมหน้าต่างบนนิ้วเรียวขาว

 

...พี่..พี่ยุนโฮ...ให้มาเหรอฮะ? คำถามที่ชางมินเค้นออกมาอย่างยากลำบาก ในใจภาวนาขอให้คำตอบออกมาว่า ไม่ใช่ แต่คนตรงข้ามกลับไม่ได้ยินเสียงร่ำร้องนั้น

 

อืม...ยุนโฮให้ฉันมาเองแหละ สวยมั๊ยล่ะ เจ้าของแหวนเงินวงเกลี้ยงยิ้มอย่างน่ารัก ความสุขที่ลอยอัดแน่นอยู่ทุกอณุอากาศรอบตัวของแจจุง บดบังมิให้เขาได้เห็นแววตาแสนเศร้าและเจ็บปวดของชางมินเลยแม้แต่น้อย

 

ขอบใจมากนะชางมิน ขอบใจที่อยู่ข้างๆพี่เสมอ แจจุงคว้าตัวหนุ่มน้อยร่างสูงกว่ามากอดไว้เต็มรักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

พี่แจ...ผม...ผมรักพี่ฮะ...

End Part3

................................................................................

edit @ 14 Apr 2008 13:31:43 by

edit @ 20 Apr 2008 18:57:23 by